หลังจากภาพยนตร์จอห์น วิคสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังแอ็กชันด้วยโลกของนักฆ่าที่มีกฎเหล็กและโรงแรมที่ปลอดภัยสำหรับอาชีพนี้ ถึงเวลาที่เราจะได้ย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของสถานที่แห่งนั้นในซีรีส์สั้น เดอะ คอนทิเนนทัล: จากโลกของจอห์น วิค ซีรีส์ที่พาเราไปรู้จักวินสตัน สก็อตต์ ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นผู้จัดการผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับเรื่องราวของพี่น้อง การหักหลัง และการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจในนิวยอร์กยุค 1970
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์เปิดเรื่องในนิวยอร์กซิตี้ ยุค 1970 เมื่อวินสตัน สก็อตต์ (โคลิน วูดเดลล์) ถูกบีบให้กลับมาสู่โลกอาชญากรรมอีกครั้งหลังจากพี่ชายของเขา แฟรงกี้ (เบน โรบสัน) ขโมยของมีค่าจากคอร์แมค โอคอนเนอร์ (เมล กิ๊บสัน) ผู้จัดการเดอะ คอนทิเนนทัลในขณะนั้น การกระทำนี้ทำให้วินสตันต้องร่วมมือกับเครือข่ายนักฆ่าใต้ดินเพื่อโค่นล้มคอร์แมคและยึดโรงแรมคืนมา เรื่องราวดำเนินไปด้วยการวางแผน การหักหลัง และฉากแอ็กชันสไตล์จอห์น วิคที่คุ้นตา แต่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นและมีมิติของดราม่าครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
งานการแสดงและตัวละคร
โคลิน วูดเดลล์ ในบทวินสตันหนุ่มทำได้ดีในการถ่ายทอดความทะเยอทะยานและความเยือกเย็นที่เราจะได้เห็นในภายภาคหน้า แม้บางช่วงอาจยังขาดเสน่ห์ดุดันแบบเอียน แม็คเชน แต่ก็ถือว่าเหมาะสมกับบท เมล กิ๊บสัน กลับมาอีกครั้งในบทคอร์แมค ผู้จัดการสุดโหดที่ทั้งมีเสน่ห์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เขาขโมยซีนทุกครั้งที่ปรากฏตัว และเป็นตัวร้ายที่ซับซ้อนพอให้คนดูอิน มิเชล พราดา ในบทเคท ดี ซิลวา นักสืบที่แทรกซึมเข้ามาในโลกนักฆ่า ก็ทำหน้าที่ได้ดีในการเป็นตัวแทนของคนนอกที่ต้องปรับตัว อย่างไรก็ตาม ตัวละครสมทบอื่นๆ อย่างแฟรงกี้พี่ชาย กลับถูกเขียนให้มีมิติจำกัด ทำให้ความสัมพันธ์พี่น้องที่ควรจะเป็นแกนหลักของเรื่องดูไม่เข้มข้นเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์ได้ผู้กำกับที่มากประสบการณ์อย่างอัลเบิร์ต ฮิวจ์ (จาก The Book of Eli) มาถ่ายทอดบรรยากาศยุค 70 ได้อย่างมีสไตล์ ตั้งแต่แสงสี neon ย้อนยุคไปจนถึงเพลงประกอบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลงโซลและฟังก์ที่เข้ากับบรรยากาศของนิวยอร์กในยุคนั้น งานภาพมีเอกลักษณ์ด้วยโทนสีอบอุ่นและคอนทราสต์สูง ทำให้ฉากบู๊ดูลื่นไหลและสวยงาม แม้บางครั้งการตัดต่อจะกระโดดไปมาทำให้เสียจังหวะ แต่โดยรวมแล้วงานภาพและดนตรีช่วยยกระดับซีรีส์ให้มีชีวิตชีวาและน่าติดตาม
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่า เดอะ คอนทิเนนทัล เป็นซีรีส์ที่กล้าที่จะแตกต่างจากภาพยนตร์ต้นฉบับ โดยเน้นการเล่าเรื่องที่ช้ากว่าและเน้นดราม่ามากกว่าแอ็กชันล้วนๆ ซึ่งอาจทำให้แฟนที่คาดหวังฉากต่อสู้แบบยาวๆ ผิดหวัง แต่ในแง่ของการขยายโลกของจอห์น วิค ซีรีส์ทำได้ดีในการอธิบายที่มาของกฎของโรงแรม และการกำเนิดของตัวละครสำคัญ เช่น ผู้จัดการวินสตัน และชาร์ลอน (พ่อบ้าน) การใช้ฉากแอ็กชันที่น้อยลงแต่หนักหน่วงขึ้นในแต่ละตอน ช่วยให้ผู้ชมมีเวลาทำความรู้จักกับตัวละครและแรงจูงใจของพวกเขา ข้อเสียคือเนื้อเรื่องบางช่วงยืดเยื้อ และการพัฒนาตัวละครบางตัวไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะตัวร้ายที่ดูมีมิติแต่กลับถูกใช้ประโยชน์น้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อยากรู้เบื้องหลังของโรงแรมนักฆ่าและชื่นชอบสไตล์ของโลกจอห์น วิค ซีรีส์นี้ถือเป็นส่วนเสริมที่คุ้มค่า
สรุป
เดอะ คอนทิเนนทัล เป็นซีรีส์ที่ตอบโจทย์แฟนพันธุ์แท้ของโลกจอห์น วิคที่อยากรู้เบื้องลึกของโรงแรมนักฆ่า แม้เนื้อเรื่องอาจช้าและแอ็กชันน้อยกว่าที่คิด แต่การแสดงที่เข้มข้น โดยเฉพาะเมล กิ๊บสัน และบรรยากาศยุค 70 ที่สวยงามก็ชวนติดตาม เหมาะสำหรับคนที่ชอบดราม่าอาชญากรรมมากกว่าหนังบู๊เลือดสาด
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของเมล กิ๊บสันที่โดดเด่นและน่าจดจำ
- +บรรยากาศยุค 70 ถ่ายทอดออกมาได้สวยงาม มีสไตล์
- +ขยายโลกของจอห์น วิคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- +เพลงประกอบคัดสรรมาเยี่ยม เข้ากับยุคสมัย
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องบางช่วงยืดเยื้อ ดำเนินเรื่องช้าเกินไป
- −การพัฒนาตัวละครสมทบไม่สมบูรณ์
- −ฉากแอ็กชันน้อยกว่าที่คาดหวังจากแฟรนไชส์
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในหนัง แต่ถ้าดูหนังมาก่อนจะเข้าใจโลกและ Easter eggs ได้ดีขึ้น
ซีรีส์มีทั้งหมด 3 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 90 นาที
บน TMDB ได้คะแนน 7.366/10 ส่วน Rotten Tomatoes ได้คะแนนจากนักวิจารณ์ 62% และจากผู้ชม 71%
ใช่ เขารับบท Cormac O'Connor ผู้จัดการ Continental คนก่อนที่โหดเหี้ยม
ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศซีซัน 2 โดยซีรีส์นี้ถูกวางให้เป็นซีรีส์สั้นแบบ Limited Series